การเลือกซื้อบ้านในฤดูฝน

ฤดูฝนหลายๆคนมักจะไม่ค่อยชอบฤดูนี้จะเดินทางไปไหนแต่ละทีต้องคอยตรวจเช็คสภาพอากาศ ร้ายไปกว่านั้นพอตกหนักๆเข้าถึงกับไปไหนไม่ได้เลยก็มี ดั้งนั้นช่วงฤดูที่ว่านี้จึงถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของหลายๆธุรกิจรวมไปถึงธุรกิจการซื้อขายบ้านด้วย บ้านโครงการต่างๆช่วงฤดูนี้จะมียอดขายที่ค่อนข้างต่ำ
แต่สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านจากโครงการต่างๆหรือผู้ซื้อบ้านทั่วไปแล้ว ฤดูนี้ถือว่าเป็นฤดูที่เหมาะกับการเลือกซื้อบ้านแต่ส่วนใหญ่มักมองข้ามหรือมองไม่เห็นกัน มันมีข้อดียังไงเราลองมาสำรวจกันครับ
อย่างที่กล่าวไปฤดูนี้ฝนตกตลอดอย่างน้อยก็ 3-4 เดือน เมื่อฝนตกก็ย่อมมีน้ำขังเราก็จะได้ถือโอกาสนี้สำรวจระบบระบายน้ำของบ้านโครงการเป้าหมายว่ามีการวางระบบรับน้ำได้ดีแค่ไหนทำเลของโครงการนั้นมีระดับสูงต่ำมากน้อยเท่าไรพอจะรับกับน้ำท่วมได้หรือไม่ ส่วนภายในตัวบ้านสิ่งปลูกสร้างเราก็จะได้เห็นถึงมาตราฐานในการก่อสร้างว่ามีคุณภาพตามที่โฆษณาไว้หรือไม่โดยลองสังเกตุรอบๆอาจเริ่มจากส่วนของพื้นคอนกรีตให้สังเกตุว่ามีน้ำขังหรือไม่ถ้ามีแสดงว่าระบบระบายหรือพื้นระดับทำได้ไม่ดีพออาจสร้างปัญหาให้เราภายหลังต้องเสียเงินเสียแรง ส่วนที่เป็นหลังคาก็ลองสังเกตุดูทิศทางการไหลของน้ำฝนว่าไหลไปทางทิศใดบ้างเพื่อสำรวจว่าจุดที่น้ำไหลไปมีการรั่วซึมหรือไม่ โดยสังเกตว่ามีรอยด่างที่เกิดจากน้ำฝนตรงส่วนใดบ้างเช่นส่วนที่เป็นขอบของวงกบประตู หน้าต่าง ที่ยึดติดกับตัวผนังคอนกรีตจะต้องไม่มีการรั่วซึมของน้ำฝนเข้าไปด้านในแม้ทั้งสองส่วนจะวัสดุที่ต่างชนิดเพราะเจ่าของโครงการหรือเจ้าของบ้านอาจใช้อ้างเป็นเหตุผลว่าวัสดุเกิดการยืดหรือหดตัวตามธรรมชาติเป็นเรื่องปกติซึ่งในความเป็นจริงในงานที่ได้มาตราฐานจะต้องไม่มีการรั่วซึมตรงส่วนนี้ หนึ่งในวิธีป้องกันก็คือจะมียางกันน้ำระหว่างส่วนที่เป็นวงกบกับผนังหรือการฉาบปูนจากช่างที่ชำนาญ ภายในตัวบ้านตรงส่วนที่เป็นเพดานถ้ามีรอยด่างแสดงว่าเกิดการรั่วของหลังคาซึ่งมีหลายสาเหตุเบาหน่อยก็อาจแค่กระเบื้องแตกจากการตกหล่นของกิ่งไม้ แต่ถ้าเป็นการรั่วซึมบริเวณรอยต่อหรือน้ำไหลย้อนนี่ถือว่างานใหญ่เลยครับ
สำหรับบทความนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ลองใช้ความได้เปรียบในฤดูฝนนี้สำรวจบ้านโครงกาสรเป้าหมายดูครับ