มาทำความรู้จักวัสดุก่อสร้าง คอนกรีต

จากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้เราพบว่า “ คอนกรีต ” ยังคงเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความนิยมใช้
งาน ทั้งนี้เพราะคอนกรีตมีความเหมาะสมกว่า"วัสดุก่อสร้าง" อื่นๆ ทั้งด้านราคาและด้านคุณสมบัติ
ต่างๆ และอาจแยกพิจารณาคอนกรีตออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. ส่วนที่เป็นตัวประสาน ได้แก่ ปูนซีเมนต์ กับ น้ำ และ น้ำยาผสมคอนกรีต
2. ส่วนที่เป็นมวลรวม ได้แก่ ทราย หิน หรือ กรวด
เมื่อนำวัสดุต่างๆ ของคอนกรีตมาผสมกัน คอนกรีตจะเป็นของเหลวมีความหนืดเวลาหนึ่งซึ่งสามารถนำไปเทลงแบบหล่อตามต้องการได้ เมื่ออายุมากขึ้นคอนกรีตก็จะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวมาเป็นกึ่งเหลว กึ่งแข็ง และในเวลาต่อมาก็จะเป็นของแข็งในที่สุดซึ่งสามารถรับกำลังอัดได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของคอนกรีตที่เพิ่มขึ้นจนถึงช่วงเวลาหนึ่งความสามารถรับกำลังอัดก็จะเริ่มคงที่
การเรียกชื่อองค์ประกอบของคอนกรีต
โดยทั่วๆ ไป"วัสดุ"สำหรับใช้ผสมทำคอนกรีตประกอบไปด้วย ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำและน้ำยาผสมคอนกรีตเมื่อผสมวัสดุต่างๆเข้าด้วยกันเราจะเรียกชื่อของวัสดุต่างๆ ที่ผสมกันดังนี้ปูนซีเมนต์ผสมน้ำและน้ำยาผสมคอนกรีต เรียกว่า ซีเมนต์เพสต์ (Cement Paste)ซีเมนต์เพสต์ผสมกับทราย เรียกว่า มอร์ต้าร์ (Mortar)มอร์ต้าร์ผสมกับหินหรือกรวด เรียกว่า "คอนกรีต" (Concrete)

หน้าที่และคุณสมบัติของส่วนผสม
1. ปูนซีเมนต์ จะทำหน้าที่ให้กำลังของคอนกรีต โดยทำปฏิกิริยาไฮ-
เดรชั่น กับน้ำเกิดเป็นของเหลวหนืด จะทำหน้าที่หล่อ
ลื่นคอนกรีตให้สามารถเทได้และยึดประสานมวล
รวมเข้าด้วยกันเมื่อแข็งตัวจะให้กำลังกับคอนกรีต
คุณสมบัติของปูนซีเมนต์จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของ
สารเคมีและความละเอียดของเม็ดปูน
2. มวลรวม จะทำหน้าที่เป็น วัสดุเฉื่อย กระจายอยู่ทั่วเนื้อคอนกรีต
ช่วยให้คอนกรีตมีความทนทาน และยังลดการยึดหด
ตัวของคอนกรีตอีกด้วยคุณสมบัติของมวลรวมควร
พิจารณา เช่น ความแข็งแรง ความคงทนต่อปฏิกิริยา
เคมี การต้านทานแรงกระแทกและการเสียดสี มีการ
เปลี่ยนแปลงปริมาตรน้อย เป็นต้น
3. น้ำ จะทำหน้าที่ผสมกับปูนซีเมนต์ทำให้เกิดปฏิกิริยาไฮเดร-
ชั่นและยังช่วยหล่อลื่นให้คอนกรีตอยู่ในสภาพเหลว
สามารถเทลงในแบบหล่อได้
4. น้ำยาผสมคอนกรีต จะทำหน้าที่ปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆ ของคอนกรีตให้
เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน อาทิเช่น เวลาการก่อตัว
ความสามารถในการเทได้ กำลังอัด เป็นต้น