ความรู้เรื่องบ้านมาสำรวจ ซ่อมแซม ดูแลบ้านด้วยตัวเอง

"บ้าน"ที่พึ่งปลูกเสร็จใหม่ๆย่อมสวยดูดีเป็นธรรมดาแต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันความสวยงามดูดีที่ว่าย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปเรียกกันว่าเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เช่นส่วนของวัสดุของตกแต่งที่มีการเสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งาน ซึ่งถือว่าเป็นเหตุผลปกติทั่วไปอยู่แล้ว แต่นอกจากการเสื่อมสภาพที่เป็นเหตุปกติแล้วก็ยังการมีเสื่อมสภาพของตัว"บ้าน"หรือรวมไปถึง"อาคาร"ยังมีสาเหตุที่มาจากความบกพร่องในการก่อสร้างด้วยเช่น "การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้มาตราฐาน" การใช้งานผิดประเภท ความบกพร่องของช่าง หรือผู้รับเหมาอาการที่เรามักพบเห็นเช่น สีทาภายนอกบ้านดูซีดหลังจากผ่านแดดผ่านฝน ผนังที่เป็นคอนกรีตเกิดรอยร้าวเป็นรอยแตก รอยงา หรือหนักกว่านั้นอาจเกิดจากการทรุดตัวของ เสาเข็ม ฐานราก และส่วนปลีกย่อยต่างๆเช่น วงกบ บานประตู หน้าต่าง เปิดปิดไม่สะดวกเกิดอาการที่เรียกว่า ประตูตก ประตูหลวม ประตูฝืด และปัญหาอื่นๆอีกหลายอย่าง ดังนั้นการดูแลบำรุงรักษาบ้านที่ดี เราควรที่จะมีการสำรวจซ่อมแซมส่วนต่างๆของบ้านอยู่เป็นประจำ เพื่อที่ว่าหากพบส่วนที่ชำรุด เสียหาย เสื่อมสภาพหรือพบจุดที่ผิดปกติจะได้ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขได้ทันท้วงที หากส่วนไหนที่พบเป็นส่วนที่ชำรุดเสียหายเพียงเล็กน้อยเราอาจซ่อมแซมเองได้ด้วยตัวเองหากพอมีความรู้เรื่องบ้านและงานก่อสร้างอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นส่วนที่เกินความสามารถก็แนะนำให้ติดต่อช่างจะดีกว่า ทีนี้เราลองมากันครับว่าส่วนไหนของ"บ้าน"ที่ควรจะมีการสำรวจซ่อมแซม และเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจในการศึกษาหาความรู้เรื่องบ้าน และ งานก่อสร้าง จะขออธิบายและแนะนำเทคนิคในการดูแลและซ่อมแซมบ้าน โดยแยกเป็นช่วงฤดูต่างๆว่าฤดูไหนเหมาะที่จะซ่อมแซมส่วนไหนของบ้านกันบ้าง

เริ่มต้นที่ช่วง ฤดูฝน

ตามความเชื่อแต่โบราณของไทยช่วงระหว่างเดือน มิถุนายน-ตุลาคม จะไม่นิยมปลูก"บ้าน"กันในช่วงนี้คงเป็นเพราะช่วงระหว่างเดือนที่ว่านี้เป็นช่วงของฤดูฝน (วิเคราะโดย ส่วนตัว) นึกถึงสมัยก่อนคงเป็นเรื่องลำบากไม่ใช่น้อย จึงไม่นิยมปลูกบ้านกันเลยถือเชื่อกันตลอดมาซึ่งก็สมเหตุสมผล แต่ปัจุบันด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีประกอบกับการแข่งขันทางธุรกิจทำให้ระยะเวลามีความสำคัญต่อการแข่งขัน เราจึงเห็นการปลูกบ้านกันทั่วไปตลอดทั้งปี ฤดูฝนช่วงระหว่างเดือน(มิถุนายน-ตุลาคม)

1.ประตู หน้าต่าง ช่วงฤดูนี้บานประตูหน้าต่างจะเกิดความชื้นทำให้ไม้พองตัวเวลาเปิด ปิด ประตูจะฝืดจากเดิมที่เรียกกันว่าอาการ ประตูฝืด [รายละเอียดที่ : ประตูตก ประตูฝืด ประตูหลวม]
2.ส่วนที่เป็นท่อระบายน้ำทิ้งต่างๆควรตรวจสอบว่าน้ำไหลสะดวกดีหรือเปล่าหรือว่ามีการอุดตันหรือไม่ถ้าไหลไม่สะดวกหรืออุดตันจะทำให้ส่งกลิ่นเหม็น
3.คราบตระไคร้บริเวณทางเดินควรกำจัดทำความสะอาดเพราะอาจเป็นเหตุทำให้ลื่นล้มได้และสวนที่เป็นผนังบ้านควรมีการกำจัดคราบตะไคร้ด้วย [เทคนิคเคล็ดลับ : วิธีกำจัดคราบตะไคร้]
4.รางน้ำฝนมักมักเศษกิ่งไม้ ใบไม้ติดอยู่ทำให้ขวางทางไหลของน้ำที่ตกมาจากหลังคาทำให้น้ำไหลไม่สะดวก
5.ส่วนหลังคานี่ถือว่าเหมาะสมที่สุดที่จะตรวจสอบในช่วงนี้ก็ลองสังเกตุจากส่วนที่เป็นฟ้าเพดานว่ามีคราบของน้ำฝนหรือไม่ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ [เทคนิคเคล็ดลับ : การเลือกซื้อบ้านในฤดูฝน]
6.ปลวก มด แมลงต่างๆช่วงฤดูฝนนี้ถือว่าเยอะมากควรทำการกำจัดให้หมด
7.กลิ่นเหม็นของห้องน้ำ เพิ่มเติม[เทคนิคเคล็ดลับ : กลิ่นเหม็นห้องน้ำ สาเหตุและวิธีแก้ไข]

ฤดูหนาว

ช่วงฤดูหนาว "ช่วงนี้ถือว่าค่อนข้างเหมาะสมที่จะทำการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน" เพราะช่วงนี้อากาศค่อนข้างสบายจะถือโอกาสช่วงนี้ทำการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ส่วนต่างๆของบ้านทั้ง ภายนอก ภายในตลอดจนถึงบริเวณสวนก็ถือว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะส่วนที่เสียหายมาจากช่วงฤดูฝน ที่ผ่านมาเช่นหลังคารั่ว หรือน้ำซึมจากตรงบริเวณส่วนต่างๆของบ้าน ก่อนลงมือซ่อมแซมอย่างแรกควรสำรวจรอบๆตัวบ้านกันก่อน ว่ามีส่วนไหนที่จะต้องแก้ไขกันบ้างและเพื่อดูว่ามีส่วนไหนที่สามารถแก้ไขได้เองและมีส่วนไหนที่เกินกำลังความสามารถบ้างต้องใช้บริการของช่างเพื่อที่จะได้คำนวณงบประมาณค่าใช้จ่ายเป็น การเตรียมตัวจะได้ไม่บานปลายมาเริ่มกันที่

1.การเดินสำรวจ ควรเริ่มที่การเดินสำรวจบริเวณต่างๆของบ้านโดยรอบอย่าลืมที่จะเตรียม กระดาษ ปากกา ให้พร้อมเพื่อที่จะได้บันทึกวิเคราะห์วางแผนส่วนที่เสียหายต่างๆและเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง
2.ส่วนที่เป็นหลังคาบ้าน ใครที่มีโครงสร้างหลังคาแบบใช้วัสดุมุงช่วงฤดูมรสุมที่ผ่านมาอาจมีกิ่งไม้ตกใส่หลังคาทำให้วัสดุที่มุงหลังคาแตกจนเป็นเหตุให้น้ำรั่วซึม วิธีการก็หาจุดที่น้ำรั่วซึ่มโดยดูจากฝ้าเพดานด้านภายในตัวบ้านว่ามีบริเวณไหนที่มีคราบน้ำฝน หลังจากจากนั้นก็หาจุดที่แน่นอนของสาเหตุถ้าวัสดุมุงแตกมากหรือไม่ยากเกินไปที่จะเปลี่ยนใหม่ก็ควรทำการเปลี่ยนออกแต่ถ้าไม่แตกมากหรือน้ำรั่วซึมบริเวณส่วนที่เป็นสกรูสามารถใช้ ซิลิโคลน อุดรูรั่ว หรือ บริเวณ หัวสกรู แต่ถ้าน้ำซึมบริเวณที่ปั้นปูนเช่นครอบสันหลังคา(ทรงปั้นหยา)ก็ให้ทา อะคริลิกกันซึม สำหรับบ้านที่เป็นดาดฟ้าพื้น คลส.ถ้าเกิดมีน้ำขังก็อาจทำให้รั่วซึมได้ควรมีการเทคอนกรีตปรับระดับพื้นใหม่และอย่าลืมที่จะดูส่วนที่เป็นท่อระบายน้ำว่ามีการอุดตันหรือไม่
3.ฝ้าเพดานเป็นรอยด่าง สาเหตุก็มาจากการรั่วซึ่มของส่วนหลังคาตามที่กล่าวมาข้างต้นแต่ตรงนี้ตรงดูให้ละเอียดหน่อยเพราะน้ำที่ขังบริเวณฝ้าเพดานตรงส่วนที่น้ำขังอยู่อาจจะไม่ใช่จุดที่เกิดการรั่วซึม น้ำอาจไหลจากจุดอื่นๆมาอยู่ตรงจุดนี้ก็เป็นได้ วิธีแก้ไข "ถ้าเป็นแบบยิปซั่ม ฉาบเรียบก็จัดการรื้อตรงส่วนบริเวณที่เกิดรอยคราบแล้วปิดใหม่จากนั้นก็ฉาบให้เรียบร้อย" แต่ถ้าฝ้าเพดานเป็นแบบทีบาร์ก็เปลี่ยนตรงส่วนบริเวณที่เสียหายสามารถถอดยกออกได้เลย
4.น้ำซึมบริเวณขอบ วงกบ ประตู หน้าต่าง สาเหตุเกิดจากวงกบส่วนที่เป็นไม้ยืดหรือหดตัว แก้ไขด้วยการใช้ซิลิโคนหรือพอลิยูรีเทนมาอุดรอยต่อ
5.ผนังฉาบปูน แตกร้าว/หลุดล่อน สาเหตุก็เกิดมาจากการฉาบปูนที่ไม่ได้คุณภาพถ้าแตกเป็นรอยงาก็ให้ใช้ อคริลิกโป้ แต่ถ้าปูนฉาบหลุดกร่อนก็ผสมปูนฉาบปิดตกแต่งส่วนที่หลุดกร่อนอย่าลืมที่จะใส่น้ำยากันซึมด้วยตรงส่วนนี้ค่อนข้างที่จะละเอียดดังนั้งจึงต้องอศัยฝีมือและความชำนาญแนะนำให้ติดต่อช่างมาแก้ไขครับแต่ถ้ารอยร้าวมีลักษณะลึกและยาวอาจเกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้างแนะนำให้ปรึกษา วิศวกรครับ อ่านเพิ่มเติม การวิเคราะห์รอยแตกคอนกรีต,ประเภทของปูนซีเมนต์,งานฐานราก และ การตอกเสาเข็ม

ฤดูร้อน

1.ใครมีแผนการที่จะทาสีบ้านใหม่ช่วงฤดูร้อนถือว่าเหมาะสมที่สุดในการทาสีบ้าน อ่านเพิ่มเติม ชนิดของสีทาบ้าน,การคำนวณสีทาบ้าน
2.
3.
4.

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเทคนิคเคล็ดลับในการ"ดูแลบ้าน"ตามช่วงเวลาที่หมาะสมในฤดูต่างๆถือว่าเป็นการดูแลบ้านและอัพเดท ความรู้เรื่องบ้าน และ งานก่อสร้าง หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกคนครับ

อ่านสาระเพิ่มเติม

*ความรู้เรื่องบ้าน
*งานก่อสร้าง
*เทคนิคเคล็ดลับ